Rigi mountain STA Travel

Jungfraujoch

ยอดเขายุงค์ฟราวน์

สัมผัสเสน่ห์ Top of Europe บน Jungfraujoch ที่มีสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป
และได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007
เดินทางด้วยรถไฟสายชมวิว เคลื่อนผ่านหมู่บ้านและทุ่งหญ้า
ไต่ระดับความสูงขึ้นชมทิวทัศน์งดงามแปลกตาตลอดทั้งเส้นทาง
พบมนต์หิมะปกคลุมยอดเขาที่จะสะกดทุกประสบการณ์และทุกสายตา
ท่องไปกับธรรมชาติอันน่าทึ่งและค้นพบเส้นทางชมวิวที่ดีที่สุดในภูมิภาค Jungfrau ด้วยตัวคุณเอง
 

PROMOTION

สิทธิพิเศษ ซื้อตั๋วขึ้นเขา Jungfraujoch ยุงคเฟรา ในราคาพิเศษกับ STA TRAVEL

 

JUNGFRAUJOCH

PRICE

TRAVEL PERIOD

WITH SWISS TRAVEL PASS 4,980  AUGUST
WITH SWISS TRAVEL PASS 4,400 SEPTEMBER-
OCTOBER
FULL FARE 5,950 AUGUST
FULL FARE  5,400 SEPTEMBER-
OCTOBER

 

*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ exchange rate ขึ้นอยู่ ณ วันที่ทำการจอง กรุณาตรวจสอบราคาอีกครั้งกับ Rail Expert ของเรา*

 


 

----------------------------------------------------------------------------------------------------


 

 

 

Jungfraujoch

ยอดเขายุงค์ฟราวน์

Top ofEurope .
  • Jungfraujoch ยอดเขาที่เป็นไฮไลท์ของภูมิภาค Jungfrau และเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี
  • คุณสามารถเดินทางการนั่งรถไฟและเปลี่ยนรถไฟ 3 ขบวน เคลื่อนผ่านวิวสวยงามตลอดเส้นทางใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
  • เริ่มออกเดินทางจากสถานี Interlaken Ost. นั่งรถไฟ Berner Oberland ขบวนสีน้ำเงินเหลือง หรือ B.O.B.
  • คุณสามารถเลือกขึ้นยอดเขาได้จากทางสองฝั่ง คือฝั่ง Grindelwald หรือฝั่ง Lauterbrunnen โดยสังเกตป้ายที่ติดไว้ที่ขบวนรถไฟ
  • รถไฟจะไปแยกขบวนเพื่อเดินทางสู่ 2 ฝั่ง ที่สถานี Zweilutschinen เพื่อให้ได้อถรรรสในการชมวิว คุณควรลองทั้ง 2 เส้นทาง
  • แนะนำให้เลือกเดินทางไปด้วยทาง Grindelwald และกลับลงมาทาง Lauterbrunnen เพื่อจะได้แวะชมเมือง Lauterbrunnen
  • คุณสามารถเที่ยวยอดเขายุงค์ฟราวน์ได้จบภายใน 1 วัน ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนก็ขึ้นไปเที่ยวบนยอดเขาได้
  • ผู้ถือบัตร Swiss Travel Pass สามารถซื้อตั๋วรถไฟขึ้นไปชมยอดเขากับ STA Travel เพื่อรับส่วนลดถึง 25 %

Jungfraujoch Map

Jungfraujoch STA Travel

Explore

วิธีการสำรวจ Jungfraujoch ด้วยตัวคุณเอง
 

  • แนะนำให้เที่ยวชมตามตัวเลขที่อยู่ด้านหน้าไล่ตั้งแต่เลข 3 ไปเรื่อยๆ จนถึงเลข 13 
     
  • จุดแรกเดินมาตามป้ายมาที่หมายเลข 3 Jungfrau-Panorama ซึ่งเป็น
    โรงภาพยนตร์จำลอง 360 องศา ถ่ายทอดความงามของดินแดนยุงค์ฟราวน์แห่งนี้

     
  • จากนั้นขึ้นลิฟท์ไปยังจุดชมวิว Sphinx หมายเลข 4 เพื่อชมวิวเทือกเขาแอลป์แบบพาโรนามา
    และชมธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่มีความยาวมากที่สุดในเทือกเขาแอลป์ 22 กิโลเมตร

     
  • อีกจุดถัดมาคือ Snow Fun Park หมายเลข 6 ลานกิจกรรมกลางแจ้งที่มีกิจกรรมต่างๆให้ทำ
    บนลานหิมะมากมาย เช่น ซิบไลน์  สโนว์บอร์ด  สกี

     
  • แวะชมโซน Alpine Sensation หมายเลข 8 ที่อุโมงค์ สิ่งแรกที่ได้เจอคือลูกแก้วยักษ์
    จำลองวิถีชีวิตของดินแดนอัลไพน์แห่งนี้ไว้ได้อย่างครบถ้วน ถ้ามีเวลาแนะนำให้ยืนชมสักพัก
    เพราะคุณจะได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดของผู้คนในแถบนี้ผ่านแสงสีและกลไกที่ยิ่งดูก็ยิ่งน่าทึ่ง

     
  • จากนั้นมาต่อที่โถงทางเลื่อนที่พาให้คุณได้ชมเรื่องราวเรื่องราวของการพิชิตยอดเขา Jungfrau
    ของนักปีนเขากลุ่มแรก จัดแสดงภาพถ่ายที่ทำให้ได้เห็นความยากลำบากในก่อสร้าง
    การรถไฟยุงค์ฟราวน์ก่อนที่จะเป็นเหมือนเช่นทุกวันนี้  และรูปปั้นแสดงประวัติของ
    Adolf Guyer Zeller ผู้ก่อตั้งรถไฟยุงค์ฟราวน์

     
  • วังน้ำแข็งหมายเลข 9 อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ Ice palace ถ้ำที่มีงานแกะสลักน้ำแข็งรูปต่างๆ
    ได้อย่างวิจิตรและงดงาม อยู่ลึกลงไปประมาณ 30 เมตร

     
  • จุดสุดท้ายที่ควรแวะชมมากที่สุดคือบริเวณ Plateau หมายเลข 10 เป็นลานโล่งด้านนอกอาคาร
    ที่ทุกคนต้องออกมาเพื่อถ่ายรูปกับธงชาติสวิสสีแดง และอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นอีกมุมของ 
    Aletsch Glacier  ที่สวยงามไม่แพ้จุดแรกเป็นจุดสุดท้ายให้คุณได้เก็บความประทับใจ
    ไว้ในความทรงจำได้เป็นอย่างดี

     
  • ร้านช็อคโกแล็ต Lindt ยี่ห้อดังของสวิตเซอร์แลนด์ที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ
    ที่ร้านช็อคโกแล็ตแห่งนี้จะมีสื่อ Interactive ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเรื่องราว
    กว่าจะได้มาเป็นช็อคโกแล็ตคุณภาพ ต้องผ่านกรรมวิธีอะไรบ้าง
    และที่สำคัญที่นี่ยังมีการแจกช็อคโกแล็ตให้ผู้มาเยือนทุกคนได้ลองชิมกันฟรีอีกด้วย
    ใครติดใจรสชาติก็เซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้
    ถือเป็นของฝากยอดนิยมอันดับต้นๆของสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว      

    ก่อนกลับอย่าลืมแวะร้านขายของที่ระลึกต่างๆ และร้านช็อคโกแล็ต Lindt
     

อย่าลืม! เมื่ออยู่บนที่สูงนั้นคุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินและการเคลื่อนไหวสักเล็กน้อย
เนื่องจากอากาศบนยอดเขาสูงค่อนข้างเบาบาง คุณต้องเดินและทำทุกอย่างให้ช้าลง
ไม่อย่างนั้นอาจเป็นลมหมดสติหรือเกิดอันตรายต่อร่างกายได้